เจ้าสาวของผม
posted on 22 Dec 2007 15:16 by miracleoflove
เมื่อ 8 ปีก่อน . . . ผมตื่นเช้ามา อย่างเดียวดาย
บนเตียงเล็กๆเก่าๆนั้น ผมทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่าง อย่างที่เคย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ผมออกจากบ้านไปยังออฟฟิศ ตอนเก้าโมงเช้า พร้อมกับกระเป๋าเอกสารใบเล็กๆ
เมื่อผมไปถึงที่ทำงาน ผมได้พบกับเธอ เช่นทุกวัน
เธอเป็นเพื่อนร่วมงานของผม โต๊ะทำงานของผมติดกับเธอ
ทุกเช้าที่ผมเข้ามาที่ทำงาน ผมจะเจอเธอเป็นคนที่สอง รองจากพีอาร์หน้าออฟฟิศ
พร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และเสียงอันแจ่มใสของเธอที่ทักทายผมทุกครั้งที่ผมก้าวเข้ามา
เธอไม่ใช่คนสวยเลย เธอดูแย่กว่าสาวๆหลายคนในออฟฟิศผมด้วยซ้ำไป
แต่ทุกๆคนในออฟฟิศชอบและเอ็นดูเธอ
ด้วยความที่เธอเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาไพเราะ มีมารยาท
อีกทั้งยังเป็นคนมองโลกในแง่ดีเอามากๆด้วย จนบางครั้ง...
มันทำให้เธอตามโลกของคนอื่นไม่ค่อยจะทันเท่าไหร่นัก
น่าแปลก ที่ผมรู้สึกเขินๆทุกครั้งที่ผมจ้องหน้าเธอนานๆ
ผมรู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่น่ารักอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่ใช่คนช่างพูด แต่เธอไม่เคยเงียบเวลาอยู่กับผม
เธอไม่ใช่คนยิ้มเก่ง แต่เรามักจะยิ้มเวลาอยู่ด้วยกัน
เธอไม่ใช่คนมีเสน่ห์นัก แต่ผมกลับอยากอยู่ใกล้เธออย่างไม่มีเหตุผล
เธอไม่ใช่คนคุยโทรศัพท์เก่ง แต่เธอไม่เคยเป้นฝ่ายบอกผมว่า "แค่นี้นะ" ก่อนเลย
และที่สำคัญ . . . เธอไม่ใช่คนสวย แต่ผมรักเธอ
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
เพื่อนที่ทำงานของผมก็เริ่มเเต่งงานไปทีละคู่ๆ
ผมได้ไปงานแต่งงานบ่อนครั้งมาก โดยะมีเธอไปกับผมในทุกๆครั้ง
จนทุกคนต่างบอกเป้นเสียงเดียวกันว่า เราเป้นแฟนกัน
ทั้งๆที่เรายังไม่เคยพูดเลยสักครั้งว่า เราเป็นแฟนกัน
เจ้าสาวของเพื่อนผมสวยๆทั้งนั้น
หน้าตาบางคนเทียบได้กับนางแบบหรือดาราเลยทีเดียว
เธอมักจะพูดทุกครั้งว่า อิจฉาเจ้าสาวเหล่านั้นเหลือเกิน
ถ้าเธอใส่ชุดเจ้าสาว เธอจะสวยเช่นเจ้าสาวเหล่านี้บ้างมั้ย
เธอพูดพร้อมกับทิ้งรอยยิ้มเพ้อฝันไว้ ให้ผมเก็บมานึกถึงทุกครั้ง
หลังงานเลี้ยงจบลง รอยยิ้มของเธอ ดูชุ่มชื่นกว่าทุกครั้ง ที่เธอยิ้มให้ผม
ดูสดใส เพ้อฝัน อย่างบรรยายไม่ถูก
ผ่านไปนับร้อยกว่างานแต่งงาน จนผมคิดว่า มันถึงเวลาเสียที ที่ผมจะ เป็นเจ้าบ่างบ้าง . . .
. . . ผมเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วตั้งแต่เมื่อคืน
ผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ผมจึงลุกขึ้นมาเตรียมตัว
ผมวาดภาพจินตนาการว่าผมเจอเธอ ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ . . .
เสื้อผ้าชุดเก่ง ดูเรียบร้อย และเหมาะกับรูปร่างอย่างผม
. . . ให้เธอได้เอ่ยชมเสื้อของผม น้ำหอมขวดใหม่ ที่ผมไม่ค่อยจะใช้นัก
. . . ให้เธอประหลาดใจ และถามว่า "วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า"
มือผมที่ทาโลชั่นอย่าง . . . ให้มันนุ่มและคู่ควรพอที่จะกุมมือเล็กๆของเธอไว้
คำพูดสั้นๆรวบรัด ที่ผมพร้อมจะบอกกับเธอ . . .
ให้เธอยิ้ม และน้ำตาเอ่อเล็กๆดอกไม้สีขาวช่อเล็กๆ
กลิ่นหอม . . . พร้อมกับ . . . "แหวนแต่งาน" สำหรับเธอ
ผมไปหาเธอตามที่นัด ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
ผมรอเธออยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม่ใหญ่
1 ชั่วโมงผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมยังรอ
2 ชั่วโมงผ่านไป . . . เธอไม่มา ผมก็ยังรอ
4 ชั่วโมง 12 นาที ผ่านไป . . . เธอไม่มา
ผมชักกังวลแล้วสิ เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า
4 ชั่วโมง 27 นาที เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น
มันเป็นเบอร์ของเธอ
เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่คุ้นหูกำลังคุยกับผมอยู่
ผมถามถึงเธอ เขาบอกว่า
เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอถูกรถชน!
ขณะที่เธอกำลังถือดอกไม้สีขาวช่อหนึ่งข้ามถนนหน้าหมู่บ้านเธอ
ที่โรงพยาบาล เธอกำลังอยู่ในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน
พยาบาลที่หน้าห้องสั่งห้ามเด็ดขาด
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ของเธอ วิ่งมาถึงยังหน้าห้อง
พร้อมกับถามไถ่ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ผมตอบไม่ได้
ผมไม่มีคำตอบ และไม่มีแม้แต่เสียงที่จะตอบ
มีแต่น้ำตาแห่งการรอคอย
น้ำตาที่เป็นเครื่องขอพรพระเจ้าของผม ให้เธอปลอดภัย
และออกมามอบรอยยิ้มให้ผมอย่างเคย
สองชั่วโมงผ่านไป . . .
พ่อกับแม่ของเธอนั่งรออย่างอ่อนล้า พ่อต้องคอยปลอบแม่
โอบไหล่ และเช็ดน้ำตาแม่เป็นระยะๆผมมองเห็นภาพนั้นแล้ว
น้ำตาแทบจะอดไม่ไหวที่จะหลั่งรินลงมา ไม่น่าเลย . . .
ผมไม่น่าเรียกเธออกมาวันนี้ ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่ต้องมารับเคราะห์อย่างนี้ . . .
ผมผิดเอง ผมทรุดลงนั่งที่เก้าอี้บ้าง
หลังจากที่เดินขวักไขว่มานาน แล้วผมก็เผลอหลับไป อย่างไม่รู้ตัว
ผมตื่นขึ้นมาไม่เห็นใคร ผมจึงถามพยาบาลที่เดินผ่านมาว่า คนไข้ในห้องอยู่ที่ไหน
เธอบอกว่า ต้องไปถามกับหมอที่รับผิดชอบคนไข้คนนี้
เธอพาผมไป หมอบอกผมว่า อาการเธอยังไม่ดีนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ เธอเสียเลือดมาก
ซี่โครงเธอร้าว กระดูกชิ้นหนึ่งทิ่มปอดมีแผลฟกช้ำและถลอกตามตัวมากมาย
และผ่านมากว่าครึ่งวันแล้ว เธอยังไม่ฟื้นเลย
ผมขอเข้าไปเยี่ยมเธอ หมอจึงพาไป
พ่อกับแม่เธอนั่งอยู่ในห้อง แม่ของเธอหลับ และกุมมือเธอไว้ข้างๆเตียง
ส่วนพ่อของเธอนั่งรถอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อพ่อของเธอเห้นผมเดินเข้ามา
พ่อเข้ามาปลุกแม่ให้ผละออกจากเตียงมานั่งกับพ่อ
ผมจึงเข้าไปยืนอยู่ข้างๆเตียงของเธอ เข้าไปกุมมือเธอไว้ และแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่สามารถห้ามไว้ได้
มันหยดลงมาช้าๆอย่างกล้ำกลืน
ผมไม่อยากมีวันนี้ . . . วันที่คนที่ผมรัก จะต้องมานอนหลับใหลอย่างไม่รุ้ชะตากรรมข้างหน้า
8 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเงียบอย่างนี้เลย เธอคนนั้นของผม จะกลับมาคุยกับผมเมื่อไหร่
จะกลับมามอบรอยยิ้มนั้นให้กับผมได้ไหม ได้โปรด . . . กลับมาฟังคำที่ผมเตรียมไว้ได้ไหม
ในขณะที่ผมกำลังสิ้นหวังอย่างสุดขีด มือเล็กๆของเธอในอุ้งมือผม กระตุกขึ้น เธอเริ่มรู้สึกตัวช้าๆ
รอยยิ้มของผมเผยออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ผมยิ้ม ยิ้มทั้งน้ำตา ผมกดออดเรียกพยาบาลเข้ามา
พยาบาลเข้ามาดูแล จัดการเครื่องต่างๆ แล้วพยาบาลก็กล่าวยินดีกับผม และพ่อแม่ของเธอ
จากนั้นพยาบาลก็ถอยไปยืนข้างหลัง ผมเรียกชื่อเธอ เธอยิ้ม
ผมเห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยนั้น ผ่านเครื่องช่วยหายใจที่ปิดอยู่
พ่อกับแม่ของเธอด้านหลังลุกขึ้นมาอยู่อีกข้างหนึ่งของเตียง
เธอพยายามจะเอื้อมมือไปหาพ่อกับแม่ของเธอ แม่กุมมือเธอและร้องไห้โฮอีกครั้ง
พ่อยืนอยู่ข้างหลังด้วยสีหน้าชุ่มชื่น และพยายามข่มน้ำตาอยู่
เธอหันมาหาผมอีกครั้ง เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับผม
แต่เธอพูดไม่ได้ ผมขอปากกากับกระดาษจากพยาบาล
พยาบาลยื่นมาให้ ผมนำมันให้กับเธอ เธอใช้มือข้างซ้ายของเธอเขียน มือที่เธอไม่ถนัด
เธอพยายามขีดเขียนบนกระดาษ ผมอ่านได้ความว่า . . .
"ชุดสวยดีนะ" . . . ผมยิ้มและมองหน้าเธอ
และบอกกับเธอว่าผมเตรียมมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ
เธอเขียนบนกระดาษอีกครั้ง ครั้งนี้ ผมอ่านได้ความว่า . . .
"ใส่น้ำหอม . . . มีอะไรพิเศษหรือเปล่า" ผมประหลาดใจ
เธอยังจำได้ดีว่า ผมเป็นคนไม่ชอบใส่น้ำหอมเท่าไรนัก
ผมยิ้ม พยักหน้าตอบรับ
และใช้มือผมทั้งสองลูบไล้มือของเธอเบาๆ
เธอยังเขียนต่อ ผมอ่าน . . .
"มือเธอนุ่ม . . . แปลก"
มันแปลกเพราะผมเป้นคนมือหยาบกร้านมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เธอก็รู้ ผมน้ำตาไหลอีกแล้ว มันยั้งไม่อยู่
ทุกอย่างเกือบจะเป้นไปอย่างที่คิด แต่มันไม่ใช่ที่นี่!
ไม่ใช่ตรงนี้! ที่ที่เธอต้องบาดเจ็บและทุกข์ระทม
เธอควรจะอยู่ในชุดสีขาว เธอควรจะยืนอยู่ . . .
และยิ้มกับผมใต้ต้นไม้ใหญ่ . . . ไม่ - ใช่ - ที่ - นี่ . . .
. . . ผมก้มลงไปหาเธอ และบอกกับเธอ คำพูดสั้นๆที่เตรียมมาทั้งคืน
ผมบอกกับเธอทั้งน้ำตา
"ผมรักคุณ แต่งงานกับผมเถอะ"
ผมหยิบแหวนแต่งงาน สวมลงที่นิ้วเธอ เธอยิ้ม
ยิ้มทั้งน้ำตาเช่นเดียวกับผม สบตาผม อย่างจริงใจ
ผมก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเธอ ลูบแก้มของเธอ
เธอพยายามเขียนอีกครั้งหนึ่ง ผมหยิบขึ้นมาอ่าน
เธอเขียนยาวกว่าครั้งก่อนๆ . . .
"คนที่ไม่สวย ไม่ดีพร้อมอย่างฉัน จะเป็นเจ้าสาวของเธอได้หรือ"
ผมไม่ตอบเธอด้วยคำพูด แต่ผมยิ้มให้เธอและสบตาเธออีกครั้ง
นี่แหละ . . . คนรักของผม คนที่ผมรักที่สุด เจ้าสาวของผม
ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดี
คืนนั้นผมต้องกลับบ้านเพื่อไปเคลียร์งานของวันต่อไป
พรุ่งนี้ ผมจะได้อยู่กับเธอทั้งวัน พอวันรุ่งขึ้นมา
ผมไปที่โรงพยาบาล หมอและพยาบาลที่ผมเจอเมื่อวาน
วิ่งกันวุ่น ผมสงสัย ผมมุ่งตรงไปที่ห้อง
มือเอื้อมไปที่ลูกบิดประตู ผมได้ยินเสียงร้องไห้
เสียงแม่ของเธอ ผมไม่อยากคิด ผมไม่กล้าคิด หรือว่า . . .
ผมเปิดเข้าไป ช้าๆผมเห้นภาพ ที่ผมไม่อยากเห็น
แม่นอนร้องไห้อยู่บนร่างของเธอ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ
เข้าไปมองที่หน้าเธอ หน้าที่เมื่อวานยังยิ้มให้กับผมอยู่
แต่วันนี้ ไม่มีอีกแล้ว เธอเงียบไปอีกแล้ว
แต่มันไม่เหมือนเมื่อวาน หมอพูดแสดงความเสียใจกับผม
ครั้งนี้ เธอไม่ฟื้นขึ้นมายิ้ม ไม่ฟื้นขึ้นมาพูด
หรือแม้เเต่จะเขียนข้อความถึงผม ผมสังเกตเห็น
ที่มือของเธอ ไม่มีแหวนวงนั้น ที่ผมมอบให้
เธอถอดมันทิ้งไว้วางบนโต๊ะข้างๆเตียง
วางอยู่พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง ผมหยิบขึ้นมาอ่าน
เธอเขียนข้อความไว้ยาวเหยียด ถึงผม . . .
"ขอบคุรสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกคำที่พูด ทุกสิ่งที่ให้
ทุกรอยยิ้มที่ส่งมา ฉันอยากจะบอกมาตั้งนานแล้วว่า
ฉันก็รักเธอ รักมาเสียจนไม่อยากเห็นเธอเสียใจ
แต่ฉันไม่เคยกล้าที่จะบอก ฉันคิดมาตลอด ว่าเมื่อไหร่
ที่ฉันจะสวยมากเท่ากับคนอื่นๆเหมือนเจ้าสาวคนอื่นๆ
ที่ได้แต่งงานกับคนที่เขารัก เมื่อไหร่ที่ฉันจะสวยพอ
คู่ควรพอ กับเธอ . . . ที่ฉันรัก ฉันอยากเป็นเจ้าสาวของเธอ
ฉันอยากใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวที่สวยงามดูสักครั้งในชีวิต
แต่ฉันไม่อาจรับแหวนวงนี้ไว้ได้ เพราะฉันรู้ดี
ว่ามันไม่เหมาะสมสำหรับฉัน แหวนวงนั้นมันมีค่ามากเกินไป
สำหรับฉัน ฉันรับได้ไว้แค่เพียง ความรู้สึกดีๆ
ที่เธอมีให้ ฉันรับได้เพียง ความรู้สึกดีๆ
ที่เธอมีให้ ฉันรับได้เพียง คำพูดที่ฉันเฝ้ารอฟังจากเธอมาแสนนาน เท่านั้น . . .
ที่ฉันต้องการ และฉันจะนำมันติดตัวไปทุกที่
ไม่ว่าฉันจะอยู่บนโลกใบนี้ หรือไม่ก้ตาม ฉันรักเธอ . . .
ที่สุดแห่งความรักของฉัน ตลอดไป"
ผมอ่านจบน้ำตาของผมมันหยดลงบนกระดาษแผ่นนั้น
ซึ่งมีคราบน้ำตาหยดหนึ่งอยู่แล้ว น้ำตาของเธอ ไม่น่าเลย
. . . เธอคิดผิด นี่แหละ คือแหวนของเธอ คือความรัก
คือสิ่งที่เธอสมควรจะได้รับ ผมตัดสินใจ
และบอกกับพ่อกับแม่ของเธอให้เตรียมการอย่างหนึ่ง
งานศพของเธอ ก่อนที่เขาจะนำเธอเข้าไปในโลงสี่เหลี่ยมนั้น
ผมขอว่า ให้เปลี่ยนชุดให้กับเธอ
ผมสั่งซื้อชุดเจ้าสาวชุดหนึ่งให้กับเธอ
แม่และน้องสาวของเธอ เปลี่ยนชุดให้กับเธอ
พร้อมทั้งแต่งหน้าบางๆให้
บัดนี้ เธอนอนหลับใหลอยู่บนแผ่นไม้ ที่ห้อมล้อมด้วยดอกไม้ประดับ
เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวตามที่เธอหวัง สวมแหวนวงนั้น
และนิทราอยู่อย่างสงบ ใครว่าเธอไม่สวย . . .
ใครว่าเธอไม่สวยเท่ากับเจ้าสาวคนอื่นๆ . . . ไม่! . . .
วันนี้ เธอสวยที่สุด ไม่มีใครสวยเท่าเธอในสายตาผม
"ผมรักเธอ . . . ที่สุดแห่งความรักของผม ตลอดไป"
เมื่อก่อน . . . ผมบอกกับเธอว่า ผมรักเธอ เพราะผมคิดว่า
เธอไม่ได้สวยไปกว่าใคร ผมพอใจเธอ
ปัจจุบัน . . . บัดนี้ หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป ผมบอกกับเธอว่า ผมรักเธอ
เพราะผมคิดว่า ไม่มีใครสวยกว่าเธอ . . . . . . . . . . อีกแล้ว
~oเพื่อความรัก...จะคงอยู่...ในโลกนี้...ตลอดไปo~
Tags: ความรัก, เจ้าสาวของผม, เรื่องดีๆ, แต่งงาน8 Comments

#1 By Gabrielle on 2007-12-22 16:44